ซ่อม Adapter Notebook คุณเองก็ทำได้

ซ่อม Adapter Notebook คุณเองก็ทำได้ 

หากมันไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไป   ปัญหาที่มักประสบกับผู้ใช้โน๊ตบุคทั้งหลาย คือ ชาร์ตแบ็ตไม่เข้า อาการนี้จะเริ่มเมื่อใช้โน๊ตบุคไปสักพักใหญ่ ๆ ถ้าดูแลรักษา Adapter Notebook ไม่ดีเท่าที่ควร 

เช่น เก็บสาย Adapter จนงอหรือพับบ่อย ๆ จะมีผลทำให้เกิดอาการสายขาดในได้ อาการแรก ๆ ชาร์ตแบ็ตไฟเข้าบ้าง ไม่เข้าบ้าง พอขยับสายก็ใช้ได้ปกติ นึกออกไหมครับว่ามันเหมือน Adapter ชาร์ตแบ็ตโทรศัพท์มือถือที่หลาย ๆ ท่านเคยประสบนั่นแหละครับ

               วิธีการตรวจสอบเบื้องต้น ในฐานะไม่ใช่ช่างไฟ ไม่ใช่ช่างอีเล็กทรอนิกส์หรือช่องคอมพิวเตอร์ก็ตาม ซึ่งเราไม่มีเครื่องไม้เครื่อมือวัดไฟอย่างช่างเค้า ท่านก็สามารถตรวจสอบง่าย ๆ แบบ User  ด้วยการสังเกตุดังนี้

 

1. หากขณะกำลังใช้งานเครื่องโน๊ตบุคอยู่ จู่ ๆ เครื่องดับโดยไม่ทันสังเกตุข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอ (หลายคนตกใจ จู่ ๆ เครื่องดับ แล้วเปิดไม่ติด) ให้สังเกตุสถานะไฟที่เครื่องดูว่ามีไฟติดหรือไม่ รูปนี้ไฟไม่ติด




บางเครื่องจะอยู่ด้านข้างตรงช่องเสียบสาย Adapter (ตัวอย่างนี้เป็นเครื่อง Compaq)

ไฟติดแบบนี้แสดงว่ามีไฟเข้า และเปิดใช้งานอยู่

(อย่าดูถูกเครื่องนี้นะ แม้จะมีรอยข่วนเสียโฉม แต่มันยังทำงานได้ปกตินะครับ เจ้าของหิ้วออกพื้นที่บ่อย ไม่ค่อยได้รักษา)

 

2. หากไฟที่เครื่องไม่ติด ให้ไล่สาย Adapter ย้อนกลับมาที่ตัว Adapter ว่ามีไฟติดหรือไม่ ถ้าบางรุ่นไม่มีไฟสถานะก็ลำบากหน่อย

หากที่ตัว Adapter ไฟลไม่ติดก็ไล่สายย้อนไปถึงปลั๊กไฟ ตรวจสอบปลั๊กไฟว่ายังใช้งานได้ปกติหรือไม่ ถ้าปลั๊กไฟปกติดี สงสัยได้เลยว่า Adapter มีปัญหา อาจจะเจอเรื่องต้องให้เสียเงินซื้อใหม่แล้ว แต่ส่วนน้อยมากที่ Adapter จะเสียเอาดื้อ ๆ

แต่หากตัว Adapter มีไฟติด ดังรูป แต่ไฟไม่เข้าเครื่องหละ ต้องไล่สายดูต่อไป

 

3. ตรวจสอบบริเวณข้อต่อของสายดังรูปว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น ปูดบวม ฉีกขาด หรือมีรอยไหม ซี่งบริเวณนี้แหละส่วนใหญ่ที่จะมีปัญหา เพราะหลายคนชอบเก็บสายจนพับหรือหักเป็นประจำบ่อยๆ  หากเจอจุดผิดปกติดังที่ได้กล่าวแล้ว ลอกนึกดูว่าก่อนหน้านี้เคยมีอาการชาร์ตแบ็ตไฟเข้าบ้าง ไม่เข้าบ้างหรือไม่ ถ้าใช่แล้วละก็ ค่อนข่างมันใจได้เลยว่า สายขาดในแน่นอน

 

ดังรูปตัวอย่างนี้ Adapter ของเพื่อนร่วมงาน ผมขอปอกสายดูเพื่อตรวจสอบข้างในก็พบเจอดังรูป

 

 หากเจออาการชาร์ตแบ็ตไฟเข้าบ้างไม่เข้าบ้างแบบนี้ควรซ่อมให้เรียบร้อยเสียก่อนนำมาใช้ต่อนะครับ ไม่งั้นอาจจะทำให้แบ็ตเสื่อมหรือพังได้เร็วกว่าเวลาอันควร (อันนี้ความคิดผมนะ จริงหรือไม่ รบกวนท่านผู้รู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์หรือช่างคอมพิวเตอร์ทั้งหลายช่วยคอมเม้นอธิบายให้หน่อยนะครับ)

เอาหละมาต่อกัน แล้วเราจะซ่อมันยังไง และหากเราไม่ได้ซ่อมเอง หมายถึงยังไม่ได้แกะปอกลอกสาย แล้วให้ช่างซ่อมให้เค้าจะรับซ่อมไหม ค่าซ่อมเท่าไร เผลอ ๆ ช่างยุให้ซื้อตัวใหม่ซะเลยก็เป็นได้ ซื้อแล้วได้ของแท้หรือของเลียนแบบ

 

เคสนี้ผมขอซ่อมเอง ดังนั้นมาดูกันว่าวิธีของผมว่าท่านพอจะรับไหวไหม

 

1. ของที่เตรียมซ่อม

– มีดคัตเตอร์ ใช้ปอกสาย ขณะปอกสายระวังเรื่องน้ำหนักมือไม่ให้กดแรงไป เดียวสายจะขาดในเพิ่มอีก

– สายรัด  สายรัดที่ติดมากับอุปการณ์ หลาย ๆ เส้นยิ่งดี เช่น สายรัดสายเมาส์ คีย์บอร์ด เป็นต้น ก็เลยเอามาใช้ประโยชน์ซะหน่อย

– สายไฟชนิดแข็ง  เพื่อความแข็งแรง ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร หรือใช้อย่างอื่นเช่น แท่งพลาสติ๊ก หลอดดูดยาคูลน่าจะได้นะครับ

– คีมจับ ใช้ตัดสายไฟ และจับบีบสายเวลาพันสาย

– เทปพันสายไฟ  ในความรู้สึกผมจะชอบยีห้อ 3M แต่พอดีที่ออฟฟิศไม่มี และหาแล้วไม่มีขาย ไปได้มาจากโลทัส ราคา 13 บาท

 

 

หรืออาจจะใช้สายโทรศัพท์ก็ได้นะครับ หามาแบบยาว ๆ หน่อย เอาเป็นว่าเส้นประมาณนี้ไม่ใหญ่เกิน แต่ขอยาว ๆ

 

สายไฟที่ว่าจะต้องปอกเปลือกออกเพื่อใช้ประโยชน์จากทองแดงข้างใน

 

สายรัดก็เช่นกัน ที่ต้องการคือลวดข้างใน

 

สายไฟปอกเปลือกเสร็จแล้ว ท่านอาจจะสงสัยว่าปลายอีกด้านทำไมไม่ปอกให้ให้หมด

 

2. ปกติสายไฟจะมีสารเคลือบ ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นฉนวนหรือไม่ เพื่อความแน่ใจขุดสักเล็กน้อย  สายรัดเส้นลวดก็เช่นกัน ขูดสักเล็กน้อย

 

3. ที่ตัว Adapter ตรงส่วนข้อต่อที่ได้ปอกสายหุ้มออกไปครึ่งหนึ่งแล้วนั้น ก็ปอกเพิ่มอีกซีกแบ่ง 1 ใน 4 ส่วน เพื่อรองรับการทาบสายไฟ

 

4. ใช้ลวดที่ได้จากสายรัดในข้อ 1 พันสายช่วงที่มันขาดทั้งสองด้าน ใช้คีมช่วยในการบีบเส้นลวดให้แนบสนิด ไม่ควรใช้นิ้วมือกดตรงปลายเส้นลวดเพราะมันอาจจะทิ่มทะลุนิ้วมือได้ อันตรายนะครับ หากไม่มีคีมก็หาไม้บรรทัดเหล็กหรือของแข็งช่วยกดทับบีบปลายเส้นลวดให้แนบสนิท

แต่ด้วยสายที่มันสั้นก็เลยพันรอบ ๆ ได้ห่าง ๆ แบบนี้ ก็ถือว่าได้เชื่อมสายที่ขาดเรียบร้อยแล้ว ที่จริงอยากให้มันพันชิด ๆ ตลอดแนว

 

5. เพื่อความแข็งแรงมากขึ้น นำลวดที่ได้ปอกสายมาทาบเพิ่มแล้วพันด้วยลวดอีกรอบ ตามภาพ

ทั้งนี้เพื่อความแข็งแรงและเพิ่มความแน่ใจว่ามันจะไม่หักหรือขาดตรงบริเวณนี้ซ้ำอีก ได้หน้าตาค่อนข้างไม่สวยเลย หากช่างฝีมือทำอาจจะสวยกว่านี้ก็เป็นได้นะครับ

การพันสายในลักษณะถี่ ๆ แบบนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ เพราะสายเดิมจะพันเป็นเกลียวห่าง ๆ สลับกันไป เรื่องนี้ท่านใดมีความรู้เรื่องไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิสก์รบกวนแชร์ความรู้กันหน่อยนะครับ

 

6. เสร็จแล้วก็ทดสอบเสียบปลั๊กแล้วต่อ Adapter เข้ากับโน๊ตบุคกันเลยโดยไม่ต้องพันปิดเทปพันสายไฟ ซึ่งหากใช้การไม่ได้ก็จะได้ไม่ต้องมาแกะเทปอีกไม่ต้องกลัวว่าจะช็อตนะครับ เพราะหากพลิกที่ตัว Adapter ดูจะเห็น INPUT ไฟขาเข้าอยู่ที่ 100-240V คือไฟบ้าน ส่วนที่เรากำลังทำการซ่อมจะเป็นส่วน OUTPUT หรือไฟขาออกอยู่ที่ 19V เอง หากช็อตก็คงไม่ถึงตายหรอกครับ แต่ก็ไม่ควรไปจับตรงเส้นลวดที่เราได้พัน เดี๋ยวจะสะดุ้งตกใจเล่น

ส่วนไฟ Output ของ Adapter ยี้ห้อที่พบ 

– compaq 18.5 v

– acer = 19 v

– ASUS = 19 v

– Lenovo = 20 v

จะเห็นว่าไม่เกิน 20 v

 

7. ก่อนหน้านี้ Adapter สายขาดใน ทำให้ไฟไม่ติด เพราะไม่มีไฟเข้ามาที่เครื่องโน๊ตบุคของเรา

แต่ตอนนี้เมื่อซ่อมแซมจุดที่สายขาด ไฟเริ่มมาแล้วแสดงว่า ใช้ได้ ไม่ผิดหวัง

 

 

8. เมื่อทุกอย่างผ่านมาด้วยดี ไฟวิ่งได้ปกติก็ทำการพันสาย Adapter ด้วยเทปพันสายไฟซะ เพื่อความปลอดภัยและปกปิดความขี้เหร่ไว้

 

9. พันด้วยเทปพันสายไฟให้แน่นนะครับ ตรงนี้แหละที่ส่วนตัวผมชอบใช้เทปพันสายไฟยี่ห้อ 3M เพราะมันยืด เหนียวและแน่นดี รูปนี้พันเสร็จรอบแรก

 

10. หากยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยก็พันด้วยเทปพันสายไฟอีกรอบให้มันหนาขึ้นอีกชั้นจะได้ดังรูป

 

11. ปกปิดความขี่เหร่ไว้ข้างในแล้วภายนอกก็จะดูไม่ออก ซึ่งตอนนี้เราได้ซ่อม Adapter เองด้วยงบ 19 บาท ก็ถือว่าพอใช้ได้แล้วหละ

 

12. นำไปใช้งานตามปกติ ซึ่งอย่างน้อยส่วนที่เราได้ใส่ลวดสายไฟก็น่าจะทำให้มันแข็งแรงพอในระดับหนึ่งที่จะไม่ทำให้มันหักในบริเวณเดิมซ้ำอีก

 

เป็นคำถามที่ยังค้างกันอยู่ว่า หาก Adapter ของท่านเสียในลักษณะแบบนี้ ท่านจะทำอย่างไร ซ่อมเอง หรือให้ช่างซ่อม หรือซื้อใหม่

หากท่านใดเคยนำไปซ่อมรบกวนช่วยโพสราคาที่ซ่อมด้วยนะครับ เพื่อแชร์ข้อมูลกัน

เท่าที่ลองหาข้อมูลยกตัวอย่างของ hp ก็ราคาแพงใช้ได้นะครับ ไม่แน่ใจว่าเอารูปมาถูกหรือไม่ ถ้าผิดพลาดไปก็ต้องขออภัย

หากท่านไม่คิดมาก ก็ซ่อมเองดีกว่า ใช้งบแค่ 13 บาทเอง เพื่อซื้อเทปพันสายไฟ ส่วนอุปกรณ์ที่เหลือก็หาเอารอบ ๆ โต๊ะทำงานเอานะครับ เผลอ ๆ อาจจะไม่ต้องออกเงินสักบาท ยืมเทปพันสายไฟเพือนมาใช้ก่อน 555 (แต่ถ้าต้องซื้อ Adapter ใหม่ก็น่าคิดมากเหมือนกัน)

 

 

“เรื่องง่าย ๆ ที่คุณเองทำได้ ไม่ต้องง้อช่าง”   ร่วมด้วยช่วยกัน แบ่งปันสิ่งดีๆ ซึ่งกันและกัน




คลิกแชร์ได้เลยShare on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

แสดงความคิดเห็นกันได้ครับ

comments